5 เทคนิคออกแบบบ้านให้เย็นสบาย ไร้ความร้อน พิสูจน์จริงในบ้านอายุ 20 ปี
บ้านในเมืองไทยต้องเจอทั้งแดดแรงและฝนหนักตลอดทั้งปี การออกแบบบ้านให้เย็นสบายตั้งแต่แรกจึงสำคัญกว่าการมาแก้ภายหลังด้วยม่านหรือฟิล์มกันความร้อน บทความนี้รวบรวม 5 แนวทางการออกแบบบ้านให้เย็นโดยธรรมชาติ ที่ผ่านการใช้งานจริงในบ้านอายุกว่า 20 ปี และพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง

| หัวข้อ | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|
| 1. วางทิศทางบ้าน | จัดฟังก์ชันตามแนวลมเหนือ-ใต้ และเลี่ยงหน้าต่างฝั่งทิศตะวันตก |
| 2. ใช้บล็อกแก้ว | ให้แสงผ่านได้โดยไม่พาความร้อนเข้ามา ในจุดที่ต้องการแสงธรรมชาติ |
| 3. ก่อผนัง 2 ชั้น | เว้นช่องว่างตรงกลางกันความร้อน เพิ่มมูลค่าก่อสร้างเพียงราว 3-5% |
| 4. กระจก 2 ชั้น | แก้ความร้อนที่ต้นเหตุ ได้ผลดีกว่าติดฟิล์มหรือแขวนม่าน |
| 5. หลังคาระบายความร้อน | เลือกทรงจั่วหรือปั้นหยา หรือมุงเมทัลชีทคลุมดาดฟ้าอีกชั้น |
1. วางทิศทางบ้านให้สอดคล้องกับแดดและลม
หัวใจของบ้านเย็นเริ่มที่ทิศทาง ทั้งทิศของแดดและทิศของลม หลายคนคิดว่าเมื่อมีที่ดินอยู่แล้วก็คงกำหนดทิศบ้านไม่ได้ ความจริงคือเราอาจบิดตัวบ้านมากไม่ได้ แต่สามารถออกแบบฟังก์ชันการใช้สอยภายในให้เหมาะกับทิศได้
เรื่องลมก่อน ประเทศไทยมีลมหลัก 2 ทิศ คือ
- ลมเหนือ ในช่วงหน้าหนาว
- ลมใต้ ในช่วงอื่น
แนวลมที่พัดผ่านบ้านจึงเป็นแนวเหนือ-ใต้ ห้องที่ใช้ในเวลากลางวันหรือพื้นที่ส่วนรวม เช่น ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นของครอบครัว ควรออกแบบให้มีหน้าต่างทั้งทิศเหนือและทิศใต้ เพื่อให้ลมเข้าด้านหนึ่งและออกอีกด้านหนึ่ง การจะให้ลมพัดผ่านได้ดีต้องมีช่องลมเข้าและช่องลมออกเสมอ
เรื่องแดด ตอนเช้าแดดเข้าทางทิศตะวันออก ตอนเย็นเข้าทางทิศตะวันตก และเนื่องจากบ้านเราแดดเฉียงไปทางใต้ ทิศใต้จึงโดนแดดเกือบทั้งวัน เคล็ดลับสำคัญคือฝั่งทิศตะวันตกควรเลี่ยงหน้าต่างให้มากที่สุด เพราะเรามักกลับเข้าบ้านช่วงเย็น ไม่อยากให้แดดบ่ายสาดเข้ามาทำให้ห้องอบร้อนไปจนค่ำ หากต้องการช่องระบายอากาศ ให้หันไปทางทิศตะวันออกหรือดีที่สุดคือทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งแดดน้อยและลมพัดผ่าน

2. ใช้บล็อกแก้วในจุดที่ต้องการแสงแต่ไม่ต้องการความร้อน
เมื่อฝั่งตะวันตกเลี่ยงหน้าต่าง ปัญหาที่ตามมาคือบ้านอาจขาดแสงสว่าง ทางออกคือการใช้บล็อกแก้วแทนหน้าต่างในบริเวณที่ต้องการแสงธรรมชาติ เช่น โถงกลางบ้าน
ข้อดีของบล็อกแก้วคือยอมให้แสงผ่านเข้ามาได้ แต่ด้วยโครงสร้างที่เป็น 2 ชั้น แสงที่ผ่านเข้ามาจึงไม่พาความร้อนเข้ามาด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัว ปัจจุบันบล็อกแก้วมีให้เลือกหลากหลาย
- แบบขุ่น
- แบบใส
- แบบที่มีลวดลายสวยงาม
การเลือกใช้บล็อกแก้วในจุดที่ต้องการหลบแดดหรือกันความร้อนแต่ยังต้องการแสง จึงช่วยได้มาก

3. ก่อผนัง 2 ชั้นเพื่อกันความร้อนเข้าบ้าน
ข้อนี้แทบจะเป็นไฮไลท์ของบ้านเย็น บ้านที่ผ่านการใช้งานจริงมากว่า 20 ปีหลังนี้ออกแบบให้ก่อผนัง 2 ชั้นทั้งหลังตั้งแต่แรก
โดยปกติบ้านทั่วไปจะก่อผนังชั้นเดียว แต่การก่อผนัง 2 ชั้นคือการก่ออิฐสองแนว โดยเว้นช่องว่างตรงกลางไว้ เพื่อไม่ให้ความร้อนถ่ายเทจากอิฐด้านนอกเข้าสู่อิฐด้านใน วิธีนี้ช่วยลดความร้อนในบ้านได้ดีมาก แม้ห้องที่อยู่ฝั่งทิศตะวันตกซึ่งโดนแดดบ่าย พอถึงช่วงเย็นก็ไม่ร้อนมาก
หลายคนกังวลว่าต้นทุนจะแพงขึ้นมากหรือไม่ จากการคำนวณจริง ผนัง 2 ชั้นทำให้มูลค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 3-5% เท่านั้น หากงบประมาณพอจึงคุ้มค่ามาก แต่ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องงบ อย่างน้อยที่สุดควรทำผนัง 2 ชั้นในฝั่งทิศตะวันตก เพราะเป็นฝั่งที่แดดแรงที่สุด การกันความร้อนฝั่งนี้ช่วงเย็นก่อนกลับเข้าบ้าน ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นมาก

4. เลือกใช้กระจก 2 ชั้นแก้ความร้อนที่ต้นเหตุ
สำหรับบ้านที่มีกระจกเยอะ การใช้กระจก 2 ชั้นช่วยกันความร้อนได้มาก หลักการคล้ายผนัง 2 ชั้น คือใช้กระจก 2 แผ่นโดยมีช่องอากาศอยู่ตรงกลาง เมื่อความร้อนกระทบกระจกชั้นนอก กว่าจะทะลุผ่านมาถึงกระจกชั้นในและเข้าสู่ตัวบ้าน ความร้อนก็หายไปพอสมควรแล้ว
การเปลี่ยนจากกระจกธรรมดาเป็นกระจก 2 ชั้น ให้ผลดีกว่าการติดฟิล์มหรือการแขวนม่านไว้ด้านหลัง เพราะเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ คือกันไม่ให้ความร้อนทะลุจากกระจกชั้นนอกเข้าสู่กระจกชั้นในตั้งแต่แรก ข้อนี้อาจใช้งบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้างบประมาณพอ แนะนำให้ลงทุน

5. ออกแบบหลังคาให้ระบายความร้อนได้
ข้อสุดท้ายคือเรื่องหลังคา ซึ่งเป็นบทเรียนจากความผิดพลาดในตอนแรก บ้านเราเป็นประเทศที่ทั้งร้อนทั้งฝน การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ใช้หลังคาดาดฟ้าเป็นหลังคาปูนเรียบ แล้วปล่อยให้แดดสาดทั้งวัน ทำให้ชั้นบนที่ติดดาดฟ้าร้อนมากจนแทบอยู่ไม่ได้
หากเป็นไปได้ หลังคาที่ควรใช้คือหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา ซึ่งช่วยทั้งเรื่องความร้อนและลดปัญหาการรั่วซึม แต่ถ้ายังอยากได้หลังคาเรียบสไตล์โมเดิร์นจริง ๆ ทางแก้คือต้องมุงหลังคาอีกชั้นด้วยเมทัลชีทคลุมดาดฟ้าไว้ เพื่อบังแดดและกันความร้อน
ถ้าบ้านหลังใดทำครบทั้ง 4-5 ข้อนี้ บ้านจะเย็นสบายขึ้นมาก ผลที่ตามมาคือค่าไฟลดลง และไม่ต้องเสียเงินไปหาม่านหรืออุปกรณ์กันความร้อนเพิ่มทีหลัง การสร้างบ้านให้ถูกต้องตั้งแต่แรกย่อมคุ้มค่ากว่าการมาแก้ภายหลังเสมอ
