เช็ก 5 จุดเสี่ยงในบ้านก่อนหน้าฝน ป้องกันน้ำรั่วซึมและความเสียหายก้อนโต
หน้าฝนของเมืองไทยมาถึงแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ พอแดดร้อนจัดหายไปแวบเดียว ฝนก็เริ่มลงมาทักทาย และนี่คือช่วงเวลาที่บ้านของเราต้องเจอกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง "น้ำ" ที่พร้อมจะเล็ดลอดเข้ามาในจุดที่เราไม่อยากให้เข้า ปัญหายอดฮิตที่เจอกันทุกปีคือการรั่วซึม ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถตรวจสอบและป้องกันล่วงหน้าได้ ก่อนที่ความเสียหายเล็ก ๆ จะกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่
ข่าวดีคือเรายังเหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ก่อนฝนจะมาเต็มตัว มาดูกันว่ามี 5 จุดสำคัญตรงไหนบ้างที่ควรเดินสำรวจ ตรวจเช็ค และซ่อมแซมให้เรียบร้อย เพราะการลงมือทำตอนนี้ใช้เงินไม่มาก แต่ถ้าปล่อยไว้จนน้ำเข้าบ้านแล้ว ค่าใช้จ่ายจะบานปลายกว่ากันหลายเท่า

| หัวข้อ | ประเด็นสำคัญ |
|---|---|
| หลังคาและดาดฟ้า | จุดเสี่ยงรั่วซึมอันดับหนึ่ง เช็ควัสดุมุงเสื่อม น้ำขัง และรางน้ำอุดตัน |
| ผนัง วงกบ และรอยร้าว | ซีลแลนต์เสื่อมและรอยแตกคือทางน้ำเข้า อุดโป๊วด้วย PU หรือซีลแลนต์ได้เอง |
| ระบบระบายน้ำรอบบ้าน | เปิดดูรางและท่อ เคลียร์เศษดินใบไม้ก่อนน้ำเอ่อท่วมเข้าบ้าน |
| ต้นไม้และกิ่งก้านใกล้บ้าน | ตัดแต่งกิ่งที่ผุ อ่อนแอ หรือใกล้บ้านและสายไฟเกินไป |
| ระบบไฟฟ้ารอบบ้าน | เช็คปลั๊ก สายไฟที่โดนแดดฝน และฝาครอบกันน้ำ เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต |
1. หลังคาและดาดฟ้า จุดเสี่ยงรั่วซึมอันดับหนึ่ง
ถ้าไล่ตรวจจากบนลงล่าง จุดแรกที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือหลังคา เพราะเป็นด่านแรกที่รับน้ำฝนโดยตรงและรั่วเข้าบ้านได้ง่ายที่สุด บ้านหลายหลังในบ้านเรานิยมทำหลังคาแบบดาดฟ้าหรือพื้นเรียบ ทั้งบ้านเดี่ยวและตึกแถว ซึ่งพื้นที่ลักษณะนี้มีโอกาสเกิดน้ำขังและซึมลงมาได้สูง
หากบ้านของคุณเคยมีประวัติน้ำรั่วซึม ลองขึ้นไปสำรวจด้านบนว่าจุดไหนเป็นต้นเหตุ สำหรับหลังคาจั่วที่มีกระเบื้องหรือวัสดุมุง ให้ดูว่ามีวัสดุตรงไหนเริ่มเสื่อมสภาพหรือเสียหายตามกาลเวลาหรือไม่ เพราะจุดที่ชำรุดเหล่านั้นคือทางที่น้ำจะซึมลงมา ส่วนดาดฟ้าให้สังเกตว่ามีบริเวณไหนเป็นแอ่งหรือพื้นต่ำจนน้ำขัง วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือแก้ที่ต้นเหตุ ปะปูนให้เรียบและปรับให้น้ำไหลลงท่อระบายได้สะดวก น้ำจะได้ไม่ขังจนซึมเข้าบ้าน

อย่าลืมตรวจระบบระบายน้ำของหลังคาทั้งหมด ทั้งรางน้ำและท่อระบายต่าง ๆ เพราะช่วงที่ไม่ได้ใช้งานนาน ๆ มักมีฝุ่นและใบไม้ไปอุดตัน บ่อยครั้งที่น้ำรั่วเกิดจากการที่น้ำระบายไม่ทันเพราะมีเศษขยะขวางอยู่ ขึ้นไปทำความสะอาดเคลียร์ให้โล่งก็ช่วยได้มาก
2. ผนังบ้าน วงกบ และรอยร้าว
พอลงมาจากหลังคา ให้หันมาดูตัวบ้านโดยรอบ เราสามารถสังเกตได้เองว่าจุดไหนที่เวลาฝนตกแล้วมีน้ำซึมเข้ามา จุดมาตรฐานที่มักเป็นปัญหาคือตามขอบวงกบและขอบประตูหน้าต่าง ซีลแลนต์ที่ช่างทำไว้อาจเริ่มเสื่อมหรือซีลได้ไม่ดี เวลาฝนตกหนักน้ำจึงรอดผ่านเข้ามาได้ รวมถึงรอยแตกรอยร้าวจากปูนที่มีอายุการใช้งานหรือเกิดจากงานที่ทำไว้ไม่เรียบร้อย
วิธีตรวจง่าย ๆ มีดังนี้
- เดินเช็คภายในก่อนว่ามุมไหนเคยมีน้ำซึมเป็นประจำ เช่น มุมหน้าต่างหรือมุมกำแพง
- จากนั้นออกไปสำรวจด้านนอกเพิ่มเติมว่ามีรอยแตกใหญ่ ๆ ที่เสี่ยงให้น้ำเข้าหรือไม่
- เมื่อเจอแล้วก็ไปซื้อวัสดุประเภท PU หรือซีลแลนต์ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดมาอุดโป๊วได้เลย

งานนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงและความเสียหายที่จะเกิดก็น้อยมาก แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนน้ำซึมเข้ามา สิ่งที่เสียหายอาจลามไปถึงวัสดุปิดผนัง พื้น หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเสียหายมากกว่าแน่นอน
3. ระบบระบายน้ำรอบบ้าน
เวลาฝนตก น้ำไม่ได้ตกแค่บนตัวบ้าน แต่ตกทั่วบริเวณรอบบ้าน น้ำเหล่านั้นจึงต้องมีทางออก โดยปกติแต่ละบ้านจะมีท่อและรางระบายน้ำอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือลองเปิดดูว่ารางระบายน้ำเหล่านั้นยังใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ มีเศษดินหรือใบไม้ไปกองอุดตันอยู่หรือเปล่า
ถ้าไม่ได้เตรียมทำความสะอาดไว้ พอฝนตกหนักลงมาทีเดียวแล้วระบายไม่ทัน น้ำก็อาจเอ่อท่วมเข้าบ้านได้โดยไม่จำเป็น จุดนี้เราเปิดท่อและไล่ทำความสะอาดเองได้ ไม่ยุ่งยาก

4. ต้นไม้และกิ่งก้านใกล้บ้าน
สำหรับสายเขียวที่รักการปลูกต้นไม้ จุดประสงค์ของเราคือให้บ้านร่มรื่นน่าอยู่ แต่ต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านเยอะ ถ้าไม่ได้ตัดแต่งให้ดี กิ่งอาจใหญ่หรือยาวเกินไป เอนเข้าใกล้บ้านหรือใกล้สายไฟจนเกินไป เราเห็นข่าวบ่อย ๆ ว่าต้นไม้ล้มไปโดนสายไฟจนไฟดับ
ก่อนเข้าหน้าฝน ลองเข้าไปสำรวจว่ากิ่งก้านไหนเริ่มดูอ่อนแอ ผุ หรือมีโอกาสแตกหัก และกิ่งไหนเข้าใกล้บ้านหรือสายไฟมากเกินไป ก็ตัดเล็มให้เรียบร้อย จะได้ไม่เสียหายตอนฝนมาแรง ๆ และอย่าลืมดูฝั่งเพื่อนบ้านด้วย ถ้าต้นไม้เราเอียงไปทางบ้านข้าง ๆ มากเกินไป ก็ตัดให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน
5. ระบบไฟฟ้ารอบบ้าน
จุดสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัย คือระบบไฟฟ้ารอบบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟ ไฟส่องสว่าง หรือไฟที่เดินไปยังสวนและศาลานั่งพัก สายไฟที่ใช้งานมานานและโดนแดดโดนฝนโดยตรงมีโอกาสกรอบ แห้ง แตก หรือเสียหายได้
น้ำกับไฟอยู่คู่กันไม่ได้ ดังนั้นก่อนเข้าหน้าฝนควรตรวจเช็คให้แน่ใจว่า
- ปลั๊กไฟยังอยู่ในสภาพดี
- สายไฟที่โดนแดดโดนฝนโดยตรงยังโอเคหรือไม่
- ปลั๊กที่อยู่ในจุดที่โดนความชื้นตรง ๆ มีฝาหรือตัวครอบกันน้ำหรือเปล่า
เพราะเมื่อไฟกับน้ำมาพร้อมกัน ความเสียหายไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่อาจหมายถึงชีวิตของคนที่เรารักหรือตัวเราเอง

สรุป เตรียมพร้อมก่อนฝนมา
บ้านคือการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา หลักการง่าย ๆ คือเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการตามแก้ทีหลัง ตรวจเช็ค 5 จุดนี้ให้เรียบร้อย ตรงไหนที่ต้องปรับปรุงหรือซ่อมแซมก็ลงมือทำเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะการทำในช่วงป้องกันใช้เงินไม่เยอะ แต่ถ้าปล่อยจนเกิดปัญหาแล้ว ความเสียหายจะมากกว่ากันมาก และบางครั้งก็ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยของชีวิตด้วยเช่นกัน
