5 จุดเสี่ยงในบ้านที่ไม่ควรปูพื้น SPC ก่อนเสียเงินฟรี

5 จุดเสี่ยงในบ้านที่ไม่ควรปูพื้น SPC ก่อนเสียเงินฟรี

พิมพ์ใจ ศรีอุดม
พิมพ์ใจ ศรีอุดม
นักเขียนรีวิวย่าน & ร้านอาหาร ·

ไม้พื้น SPC กลายเป็นวัสดุปูพื้นสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยความสวยงาม ติดตั้งง่าย และทนทานต่อความชื้นได้ดี ทำให้หลายบ้านเลือกใช้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในการตกแต่ง อย่างไรก็ตามวัสดุทุกชนิดล้วนมีข้อจำกัดของตัวเอง บางพื้นที่ในบ้านหากปู SPC ลงไปโดยไม่เข้าใจธรรมชาติของวัสดุ อาจกลายเป็นการเสียเงินฟรีและต้องรื้อซ่อมในภายหลัง

บทความนี้จะพาไปดู 5 บริเวณเสี่ยงที่ไม่ควรปูไม้พื้น SPC พร้อมเหตุผลและทางเลือกวัสดุทดแทนที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนลงมือ

ไม้พื้น SPC ในบ้านสมัยใหม่

หัวข้อ ประเด็นสำคัญ
พื้นเดิมไม่เรียบพอ ต่างระดับเกิน 3 มม. ทำให้ลิ้นไม้แตก ควรปรับระดับด้วย Self Leveling ก่อนปู
บริเวณที่โดนน้ำขังตลอดเวลา SPC ทนชื้นแต่ไม่กันน้ำขัง ควรใช้กระเบื้องหรือหินอ่อนแทน
บ้านรีโนเวต SPC บางกว่าลามิเนตเดิม ระดับพื้นลดลงราว 4–5 มม. กระทบช่องใต้ประตูและเฟอร์นิเจอร์
พื้นที่ใส่รองเท้าเดินหรือฝุ่นเยอะ ผิวหน้าด้านเก็บคราบดำและฝุ่นได้ง่ายกว่าวัสดุอื่น
บริเวณที่โดนแดดจัดโดยตรง ส่วนผสมพลาสติกเสี่ยงเสียรูป และลายพิมพ์ฟอยล์ PVC สีซีดจางได้

1. พื้นเดิมไม่เรียบพอ ลิ้นไม้เสี่ยงแตก

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดและกำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่ปู SPC ไปแล้ว คือบริเวณลิ้นของแผ่นไม้เกิดการแตกเป็นแนวยาว ซึ่งต้นเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวสินค้า แต่มาจากพื้นด้านล่างที่ไม่เรียบเพียงพอ

ตัวแผ่นไม้ SPC มีความหนาเพียงประมาณ 4–6 มิลลิเมตร และมีโฟมบาง ๆ รองด้านล่างคอยปรับระดับเล็กน้อยเท่านั้น หากพื้นปูนเดิมมีความต่างระดับเกิน 3 มิลลิเมตร เช่น มีจุดที่เป็นแอ่งลึกลงไปราว 3–4 มิลลิเมตร เมื่อปูไม้ทับและมีคนเดินผ่านบ่อย ๆ แผ่นไม้บริเวณนั้นจะยุบตัว และสุดท้ายลิ้นไม้ก็แตกได้

ทางแก้คือก่อนปูควรใช้ฉากรูดตรวจสอบความเรียบของพื้น หากพบว่าไม่เรียบพอ ควรปรับระดับพื้นด้วย Self Leveling ให้เรียบเสมอกันก่อน เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

ตรวจสอบความเรียบของพื้นก่อนปู

2. บริเวณที่โดนน้ำขังตลอดเวลา

SPC เป็นวัสดุที่ผลิตจากพลาสติกผสมผงปูน จึงทนความชื้นได้ดี แต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่า "ทนชื้น" ไม่เท่ากับ "กันน้ำ" เพราะเวลาปูจริงเป็นการปูทับลงบนพื้นโดยมีช่องว่างด้านล่าง

หากปูในบริเวณที่โดนน้ำโดยตรงตลอดเวลา เช่น ห้องน้ำที่แบ่งโซนเปียกแห้งไม่ชัดเจน น้ำมีโอกาสไหลลงไปขังอยู่ใต้แผ่นไม้ได้ ซึ่งไม่เหมาะกับวัสดุชนิดนี้ที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้กับน้ำขังอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ลักษณะนี้ ควรเลือกใช้กระเบื้องหรือหินอ่อนที่กันน้ำได้จริงและทนต่อสภาพเปียกชื้นได้ดีกว่า

ห้องน้ำที่ไม่เหมาะกับการปู SPC

3. บ้านรีโนเวต ที่ระดับพื้นต่างจากเดิม

กรณีบ้านที่ทำการรีโนเวตหรือซ่อมแซมจากพื้นเดิม ข้อนี้ไม่ใช่ข้อห้าม แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บ้านส่วนใหญ่นิยมปูไม้พื้นลามิเนตซึ่งมีความหนาราว 8–12 มิลลิเมตร เมื่อรวมโฟมรองด้านล่างแล้วระดับพื้นจะต่างจากเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 1 เซนติเมตร แต่ SPC เมื่อปูแล้วหนาเพียงราว 5 มิลลิเมตรบวกโฟมอีกเล็กน้อย เมื่อรื้อลามิเนตเดิมออกแล้วเปลี่ยนเป็น SPC ระดับพื้นจะลดลงไปอีกประมาณ 4–5 มิลลิเมตร

ความต่างระดับนี้อาจส่งผลให้ช่องใต้ประตูใหญ่เกินไป หรือระดับตู้ โต๊ะ เตียงไม่พอดีเหมือนเดิม วิธีแก้คือถมด้วย Self Leveling เพิ่มอีก 3–4 มิลลิเมตรเพื่อปรับระดับให้ใกล้เคียงของเดิม แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มราวตารางเมตรละ 200–300 บาท จึงควรประเมินความหนาของวัสดุใหม่เทียบกับของเดิมให้ดีก่อน

การปรับระดับพื้นในงานรีโนเวต

4. บริเวณที่ใส่รองเท้าเดินหรือมีฝุ่นเยอะ

ตัวไม้พื้น SPC มีความคงทนใช้งานได้จริง แต่ปัญหาอยู่ที่ผิวหน้าซึ่งค่อนข้างด้านตามเทรนด์การตกแต่งสมัยใหม่ ทำให้เมื่อใส่รองเท้าเดินหรือใช้ในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก ผิวหน้าจะมีโอกาสเกิดคราบดำหรือฝุ่นเกาะได้ง่ายกว่าวัสดุชนิดอื่น

หากเทียบกับหินหรือกระเบื้องที่ปัดทำความสะอาดสองทีก็หาย หรือไม้พื้นลามิเนตและไม้เอนจิเนียร์ที่ผิวเคลือบมันกว่าและเช็ดด้วยน้ำก็สะอาด ส่วน SPC ที่ผิวด้านอาจต้องขัดแรงขึ้น หรือใช้สารเคมีอย่างแอลกอฮอล์หรือทินเนอร์ช่วยเช็ดคราบที่ฝังลึก

ดังนั้นก่อนเลือกใช้ในบริเวณทางเดินที่ใส่รองเท้าหรือมีฝุ่นเยอะ ควรเข้าใจนิสัยของวัสดุว่ามีโอกาสเก็บฝุ่นและเกิดคราบดำได้มากกว่า เพื่อเตรียมรับมือเรื่องการดูแลรักษา

ผิวหน้าด้านของ SPC เก็บคราบฝุ่นได้ง่าย

5. บริเวณที่โดนแดดจัดโดยตรงทุกวัน

บริเวณที่แดดส่องลงตรงหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน เช่น พื้นที่ติดกระจกที่ไม่มีผ้าม่านหรือไม่มีอะไรบังแดด เป็นอีกจุดที่ควรเลี่ยงการปู SPC เพราะวัสดุนี้มีปัญหาได้สองเรื่อง

  • เรื่องแรกคือนอกจากแคลเซียมซิลิเกตที่เป็นส่วนปูนแล้ว SPC ยังมีส่วนผสมของพลาสติก เมื่อโดนความร้อนสะสมมาก ๆ จึงมีโอกาสเสียรูป ยืดหดหรือขยายตัวได้
  • เรื่องที่สองคือลายผิวหน้าที่เห็นจริง ๆ เป็นลายพิมพ์บนแผ่นฟอยล์ PVC เมื่อโดนแดดจัดต่อเนื่องสีอาจซีดจางหรือเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะห้องขนาดใหญ่ที่บางโซนโดนแดดมาก บางโซนน้อย และบางจุดไม่โดนแดดเลย สีพื้นในแต่ละบริเวณอาจแตกต่างกันจนสังเกตเห็นได้ อย่างไรก็ตามปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ SPC เท่านั้น ไม้พื้นลามิเนตและไม้เอนจิเนียร์ก็เป็นเช่นกัน หากพื้นที่ต้องรับแดดหนักจริง ๆ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือกระเบื้องหรือหินที่ทนทานต่อแดดและความร้อนได้ดีกว่า

สรุป

ไม้พื้น SPC เป็นวัสดุที่สวย ติดตั้งง่าย และมีข้อดีจำนวนมาก ตัววัสดุเองไม่ได้มีปัญหา แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจข้อจำกัดและข้อควรระวัง ก่อนปูจึงควรสำรวจบริเวณที่ต้องการใช้ว่าเข้าข่ายห้าจุดเสี่ยงนี้หรือไม่

  • ความเรียบของพื้น
  • โอกาสโดนน้ำขัง
  • ความต่างระดับในงานรีโนเวต
  • ปริมาณฝุ่นและการใส่รองเท้า
  • แดดที่ส่องตรง

หากไม่ติดปัญหาเหล่านี้ก็เลือกใช้ได้อย่างสบายใจ

พิมพ์ใจ ศรีอุดม
เขียนโดย
พิมพ์ใจ ศรีอุดม
นักเขียนรีวิวย่าน & ร้านอาหาร

คนกรุงเทพฝั่งสุขุมวิทที่ใช้ชีวิตอยู่ย่านอุดมสุข–บางนามากว่า 10 ปี ชอบเดินตลาด ตามหาร้านอร่อยในซอย และจดบันทึกเรื่องทำเลที่อยู่อาศัยจากการเดินสำรวจจริง เชื่อว่าข้อมูลที่ดีที่สุดมาจากการลงพื้นที่ ไม่ใช่การนั่งเทียน